ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10 มีความหมายอย่างไรบ้าง

ทำไมต้องเป็นต้นรวงผึ้ง เนื่องจากมีลักษณะโดดเด่นคือ ดอกสีเหลือง เป็นสีซึ่งตรงกับวันพระราชสมภพ นั่นคือวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 และมักผลิดอกในช่วงวันพระราชสมภพพอดี เมื่อพระองค์ท่านได้เสด็จไปประกอบพระราชกรณียกิจตามสถานที่ต่างๆ ก็ทรงปลูกต้นรวงผึ้งพระราชทานไว้ เพื่อให้เป็นตัวแทนแห่งพระองค์ท่านและเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ราษฎร ในช่วงผลิดอกคือราวเดือน กรกฎาคม – สิงหาคม จะออกดอกสีเหลืองเปล่งปลั่งบานสะพรั่ง สร้างความสวยงามและเจริญตามาก

Honeycomb

ในเมื่อนี่เป็นต้นไม้ประจำของในหลวงรัชกาลที่ 10 จึงควรอย่างยิ่งที่วันนี้เราจะมารู้จักคุณลักษณะสำคัญ รวมถึงความหมายของต้นรวงผึ้งกันก่อน

            ต้นรวงผึ้ง มีชื่อภาษาอังกฤษเป็นชื่อสามัญคือ Yellow star ในบางภูมิภาคเรียกว่า น้ำผึ้ง หรือสายน้ำผึ้ง พบมากทางภาคเหนือ นิยมเรียกกันว่าดอกน้ำผึ้ง

ลักษณะโดยทั่วไปคือ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ ถ้าหากรับแสงแดดเต็มอยู่ในทุ่งกลางแจ้ง จะเห็นเด่นชัดเป็นพุ่มกลมขนาดใหญ่ สวยงามมาก

ลำต้นนั้น แตกกิ่งค่อนข้างเล็ก เรือนยอดเป็นพุ่มมน

ใบ เป็นแบบใบเดี่ยวเรียงสลับ ผิวใบด้านบนเป็นสีเขียว ด้านล่างเป็นสีน้ำตาลอมนวล

ดอก ให้กลิ่นหอมได้ตลอดทั้งวัน บานได้นาน 7-10 วัน ช่อดอกดก โคนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ส่วนปลายแยกออกเป็นห้าแฉกรูปดาวและไม่มีกลีบดอก

ส่วนผลนั้น จะเป็นผลแห้งทรงกลม

แล้วยังมีความโดดเด่นอีกประการหนึ่งคือ มีเกสรตัวผู้จำนวนมาก รวมกันเป็นกระจุกจนเห็นเป็นดอกสีเหลืองสะพรั่ง

ด้วยคุณลักษณะทั้งหมดนี้ ต้นรวงผึ้งจึงมีลักษณะของความเป็น เพศชาย เข้มแข็ง สดใส เจิดจ้า แต่ก็มีความสวยงามอยู่ด้วย ประการสำคัญคือ นี่เป็นหนึ่งในไม้มงคล สามารถปลูกเพาะเลี้ยงได้ง่าย ทนทานสูง แล้วยังชอบขึ้นในที่แล้งด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อดีอีกประการคือ สามารถออกดอกได้ครั้งละมากๆ มีความคงทนต่อสภาพดินแห้งได้ หรือแม้ว่าอยู่ในสภาพผืนดินชื้น ก็ยังเติบโตได้ดีมาก สรุปได้ว่า มีความทนทานแทบทุกสภาพอากาศ และดินแทบทุกประเภท

ปัจจุบันนี้จึงเริ่มได้รับความสนใจจากราษฎร นำมาปลูกเพาะพันธุ์กันมากขึ้นและสร้างรายได้ในอนาคตได้ แต่ก็มีข้อควรต้องระวังบ้าง เพราะต้นรวงผึ้งมีลักษณะตามชื่อคือ มักมีผึ้งมาตอมเมื่อตอนออกดอกคราวละมากๆ จึงควรต้องระวังให้ดี อีกทั้งมีระยะเวลาในการออกดอกค่อนข้างสั้น และถ้าเป็นพันธุ์ไม้ขนาดใหญ่ก็อาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเริ่มออกได้ นอกจากนี้ยังต้องการพื้นที่ปลูกค่อนข้างมากด้วย ดังนั้นอาจไม่เหมาะสำหรับผู้คิดเพาะปลูกในระยะเวลาสั้นๆ แต่เหมาะจะอนุรักษ์ไว้ในระยะยาวมากกว่า