เหตุใดจึงควรมีโครงการอนุรักษ์ป่าไม้

Forest Conservationgo1

Forest Conservation Project2

หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ต้นไม้คือชีวิต” มาบ่อยจนคุ้นเคยแล้ว เป็นวลีสั้นๆ ที่ถูกหยิบใช้ตามแคมเปญโฆษณา และประชาสัมพันธ์ต่างๆ มาตั้งแต่หลายสิบปีก่อน ปัจจุบันถ้าเอามาใช้อาจจะดูเชยไปบ้างแต่ก็ยังไหวอยู่ เพราะวลีนี้ให้ความหมายครอบคลุมชัดเจน แถมยังแตกแขนงความเข้าใจไปได้อีกหลายแนวทาง การตีความในแบบที่เรียบง่ายที่สุดก็คือ ต้นไม้เป็นจุดเริ่มต้นของธรรมชาติ ทั้งแหล่งน้ำ สัตว์ป่า อาหารที่ดี อากาศที่ดี ยังไม่นับรวมทรัพยากรที่มนุษย์ได้จากต้นไม้แล้วเอาไปประยุกต์ใช้จนสร้างมูลค่ามหาศาลได้อีกด้วย ดังนั้นคำว่า ต้นไม้คือชีวิต จึงไม่ผิดเพี้ยนไปเลย เราจะมีชีวิตที่ดีได้ตราบเท่าที่ยังมีต้นไม้มากเพียงพอ

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยากหรือเป็นเรื่องแปลกใหม่อะไร แต่ด้วยวิถีชีวิตในระบบทุนนิยม ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ได้ตระหนักจริงๆ ถึงความสำคัญของต้นไม้ แล้วยังมีพฤติกรรมหลายอย่างที่เร่งให้พื้นที่สีเขียวลดน้อยลงอีกด้วย การจะปล่อยให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างที่เคยเป็นมาจึงมีโอกาสน้อยมาก จึงจำเป็นต้องมีตัวช่วยกระตุ้นสร้างจิตสำนึก การลงมือทำที่ดีพอ เพื่อให้เราได้มีต้นไม้ไว้เกื้อกูลการใช้ชีวิตของเราต่อไป โครงการอนุรักษ์ป่าไม้จึงเกิดขึ้น แล้วกลายเป็นกิจกรรมสำคัญที่ทำให้หลายพื้นที่ยังคงสภาพความอุดมสมบูรณ์เอาไว้ได้

จุดเริ่มต้นของโครงการอนุรักษ์ป่าไม้

เหตุผลของการริเริ่มโครงการนี้ก็คือแนวโน้มของป่าไม้ที่ลดน้อยลง ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าสมัยก่อน จนเกิดความเดือดร้อนกันไปทุกหย่อมหญ้า โครงการอนุรักษ์ป่าไม้ในพื้นที่แรกๆ เป็นโครงการในพระราชดำริ ที่มีขอบเขตเกี่ยวกับการอนุรักษ์พร้อมฟื้นฟูผืนป่า ร่วมกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่ ปลูกฝังให้คนเหล่านั้นเข้าใจถึงความสำคัญของระบบนิเวศน์ ชี้ให้เห็นข้อเสียที่ร้ายแรงหากเราละเลยไป หวังให้ทุกคนร่วมใจกันดูแลป่าไม้ในพื้นที่ของตนเอง เมื่อมีโครงการแรกแล้วประสบความสำเร็จ ก็มีโครงการอื่นๆ ตามมาอีกเรื่อยๆ ทั้งในรูปแบบที่เป็นโครงการในพระราชดำริ โครงการที่จัดโดยหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ตลอดจนการจัดเป็นกิจกรรมของกลุ่มอาสาสมัครจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

กระบวนการดำเนินงานของโครงการอนุรักษ์ป่าไม้

ในแต่ละพื้นที่ แต่ละโครงการจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตามขั้นตอนหลักๆ ก็ไม่หนีไปจากนี้มากนัก เราสามารถแบ่งการดำเนินงานเป็น 5 ส่วนดังนี้

– สำรวจพื้นที่กำหนดขอบเขตของโครงการ พร้อมกับศึกษาปัญหาในพื้นที่นั้น ข้อจำกัด เศรษฐกิจ และสังคม

– ทำการรังวัดพื้นที่จริง พร้อมกับทำแผนที่ตามอัตราส่วนที่ต้องการ ลงรายละเอียดที่สำคัญจากการสำรวจ รายละเอียดของโครงการในเอกสารแนบแผนที่ด้วย

– จัดกิจกรรมปลูกป่า ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวการรักษา และฟื้นฟูธรรมชาติ ดึงให้คนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อหวังผลในระยะยาว

– พัฒนาอาชีพ เสริมทักษะให้กับคนในพื้นที่ มักจะเป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับผืนป่าในโครงการอนุรักษ์ด้วย

– วางแผน จัดตั้งหน่วยงานเพื่อดูแลในเรื่องของนายทุน และกลุ่มอิทธิพลต่างๆ

ประโยชน์ของโครงการอนุรักษ์ป่าไม้

ช่วยให้มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้น หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือมีเท่าเดิมไม่ลดน้อยลงไป เมื่อมีต้นไม้มากเพียงพอก็จะรักษาสมดุลทางธรรมชาติเอาไว้ได้ เป็นผลดีกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด

ช่วยให้มีทรัพยากรมากพอที่จะเอามาใช้ประโยชน์ได้ทั้งทางตรง และทางอ้อม

ช่วยป้องกันปัญหาการลักลอบตัดไม้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน  ยังดูแลครอบคลุมไปถึงสัตว์ป่าหายากอีกด้วย

ทำให้เกิดการร่วมมือร่วมใจกันของคนในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นการอนุรักษ์ป่าไม้ที่ให้ผลลัพธ์ยั่งยืนมากที่สุด

ช่วยส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ดีขึ้น  และยังเชื่อมโยงไปถึงเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศด้วย